ทะเบียนบาร์โค้ด NIZE

ระบบรวมบาร์โค้ดสินค้าและวัตถุดิบทั้งหมดของบริษัท

ทะเบียนบาร์โค้ด NIZEรวมบาร์โค้ดสินค้า & วัตถุดิบทั้งบริษัท
— —

สัดส่วนการใช้เลข

—

เลขว่างที่เหลือ

เลขที่ยังไม่ผูกกับสินค้าใด จองใช้ได้เลย

แยกตามแบรนด์

นับเฉพาะเลขที่ใช้ไปแล้ว
แบรนด์จำนวน
—
เลขสินค้า บาร์โค้ด สถานะ ชื่อสินค้า แบรนด์ ผูกกับ ERP

เลขว่างตัวถัดไป

ดูได้ว่าเลขไหนว่างอยู่
—
การจองเลขให้สินค้าต้องทำโดยหัวหน้าหรือผู้ดูแลระบบ เพราะเลขที่จองไปแล้วเอาคืนแทบไม่ได้ — ถ้าต้องการเลขใหม่ ให้แจ้งหัวหน้า

จองเลขถัดไป

ระบบจะหยิบเลขว่างตัวแรกให้อัตโนมัติ
—

เครื่องคำนวณเลขตรวจสอบ

ใส่ 12 หลักเพื่อหาหลักสุดท้าย หรือใส่ 13 หลักเพื่อตรวจว่าถูกไหม

หลักสุดท้ายคิดยังไง

พิมพ์ตัวเลขด้านบนเพื่อดูวิธีคิดทีละขั้น

โครงสร้างเลขบาร์โค้ดของบริษัท

บาร์โค้ด EAN-13 ของ NIZE ประกอบด้วย 3 ส่วน

เลขที่ระบบเติมหลักสุดท้ายให้

ในไฟล์ Excel เดิม เลขเหล่านี้ถูกบันทึกไว้แค่ 12 หลัก (ขาดเลขตรวจสอบ) — ระบบคำนวณเติมให้แล้ว ใช้เลข 13 หลักนี้เป็นตัวจริง

ใช้ไปแล้วแต่ยังไม่มีใน ERP

มีชื่อสินค้าจดไว้ในทะเบียน แต่ยังไม่ได้สร้างสินค้าใน ERP หรือเป็นสินค้าของแบรนด์ที่ไม่ได้อยู่ใน ERP

บาร์โค้ดใน ERP ที่ไม่ใช่เลขของบริษัท

ส่วนใหญ่คือวัตถุดิบที่ซื้อมา ใช้บาร์โค้ดของผู้ผลิตเดิม — ปกติ ไม่ต้องแก้

ประวัติการใช้งาน

บันทึกทุกการเข้าระบบ แก้ไข จองเลข และปล่อยคืน
เวลาผู้ใช้ การกระทำเลขรายละเอียด

เพิ่มผู้ใช้

พนักงานใหม่ให้ตั้งเป็น "พนักงาน" ก่อนเสมอ

ผู้ใช้ทั้งหมด

เปลี่ยนตำแหน่งได้ทันทีจากช่องเลือก
ชื่อตำแหน่งเห็นหมวด

ใครทำอะไรได้บ้าง

ตำแหน่งของคุณตอนนี้: —
ความสามารถพนักงานหัวหน้าผู้ดูแลระบบ

การมองเห็นข้อมูล ERP แยกตามหมวด

หมวดที่บัญชีของคุณเห็นได้ตอนนี้: —
ตำแหน่งเห็นการผูกกับ ERP หมวดไหน (ค่าเริ่มต้น)
พนักงานสินค้าสำเร็จรูป · บรรจุภัณฑ์ · รับจ้างผลิต — ไม่เห็นวัตถุดิบ
หัวหน้าทุกหมวด
ผู้ดูแลระบบทุกหมวด
ทำไมต้องปิดวัตถุดิบ — ชื่อวัตถุดิบใน ERP มีรหัสซัพพลายเออร์ติดมาด้วย (เช่น เห็ดหอม(ผง) UDOM-008, น้ำตาลทรายขาว(ผง) MIT-003) ถ้าเปิดให้ทุกคนเห็น เท่ากับเปิดเผยว่าบริษัทซื้อวัตถุดิบตัวไหนจากเจ้าไหน
สิ่งที่ถูกปิดคือ “เลขนี้ผูกกับอะไร” เท่านั้น — ตัวเลขบาร์โค้ด สถานะว่าง/ใช้แล้ว และการดาวน์โหลดรูป ยังใช้ได้ปกติ เพราะไม่ใช่ความลับ
การปิดทำที่เซิร์ฟเวอร์ ไม่ใช่แค่ซ่อนบนหน้าจอ — ค้นหาด้วยรหัส D-RAW-xxx ก็ไม่เจอ และไฟล์ CSV ที่ส่งออกก็ไม่มีข้อมูลนั้น
กฎสำคัญ: ระบบนี้ไม่มีปุ่มลบบาร์โค้ด
เลขบาร์โค้ดที่ GS1 ออกให้ถือเป็นทรัพย์สินถาวรของบริษัท และมักถูกพิมพ์ลงฉลาก กล่อง หรือส่งให้ห้างไปแล้ว การลบทิ้งจะทำให้เลขนั้นหายจากทะเบียนและอาจถูกเอาไปใช้ซ้ำกับสินค้าคนละตัว ซึ่งแก้ไม่ได้ที่ปลายทาง
ถ้าจองผิดให้ใช้ “ปล่อยคืนเลข” แทน — เฉพาะผู้ดูแลระบบ ต้องกรอกเหตุผล และเลขนั้นต้องไม่ผูกกับสินค้าใน ERP อยู่

นำเข้าข้อมูลและซิงก์ ERP

ใช้เมื่อมีการอัปเดตไฟล์ Excel หรือเพิ่มสินค้าใน ERP

วิธีดาวน์โหลดบาร์โค้ดไปใช้

  1. ไปหน้า รายการบาร์โค้ด แล้วค้นหาสินค้าที่ต้องการ
  2. กดที่แถวนั้น จะมีแผงรายละเอียดเปิดขึ้นมาทางขวา พร้อมรูปบาร์โค้ด
  3. เลือก รูปแบบ และ ขนาด แล้วกด PNG (ส่งโรงพิมพ์ / แปะใน Word), SVG (ไฟล์เวกเตอร์ ขยายไม่แตก เหมาะกับ Illustrator) หรือ พิมพ์ เพื่อสั่งพิมพ์เลย
  4. ถ้าต้องการหลายตัวพร้อมกัน ให้กรองรายการไว้ก่อน แล้วกด ดาวน์โหลด ZIP หรือ พิมพ์ทั้งหมดที่กรองไว้

รูปแบบมี 2 แบบให้เลือก

รูปแบบได้อะไรเหมาะกับ
เฉพาะบาร์โค้ด แท่งบาร์โค้ดกับตัวเลข 13 หลักใต้แท่ง ไม่มีอย่างอื่น เอาไปวางบนฉลาก กล่อง หรืออาร์ตเวิร์กที่ออกแบบไว้แล้ว
บาร์โค้ด + รายละเอียดสินค้า บาร์โค้ด แล้วต่อด้วยชื่อสินค้า รหัส ERP และแบรนด์ อยู่ใต้แท่ง ป้ายติดชั้นวาง ป้ายติดลัง ใบตรวจนับ — พิมพ์แล้วตัดใช้ได้เลย
อย่าย่อ-ขยายรูปเองในโปรแกรมอื่น — ให้เลือกขนาดจากในเว็บ เพราะไฟล์ที่ได้คำนวณความกว้างแท่งตามมาตรฐาน GS1 ไว้แล้ว และมีขอบขาวซ้าย-ขวาที่ห้ามตัด ไม่งั้นเครื่องยิงที่ห้างอาจอ่านไม่ออก
ตอนสั่งพิมพ์ให้ตั้งค่าเครื่องพิมพ์เป็น ขนาดจริง 100% ห้ามใช้ “ย่อให้พอดีหน้า”

—